7 สัญญาณเตือนว่าถึงเวลาล้างแอร์ ล้างแอร์บ้านกี่เดือนต่อครั้ง ไร้ปัญหาแอร์ไม่เย็น มีกลิ่นอับ หมดปัญหาแอร์บ้านไม่เย็น ประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย แอร์ควรล้างกี่เดือนครั้ง ช่วยประหยัดไฟ ยืดอายุการใช้งาน

1 มกราคม 2568

7 สัญญาณเตือนว่าถึงเวลาล้างแอร์
ล้างแอร์บ้านกี่เดือนต่อครั้ง ไร้ปัญหาแอร์ไม่เย็น มีกลิ่นอับ หมดปัญหาแอร์บ้านไม่เย็น ประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย แอร์ควรล้างกี่เดือนครั้ง ช่วยประหยัดไฟ ยืดอายุการใช้งาน


1. มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ถ้าหากการเปิดใช้งานแอร์แล้วมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นอับ นับว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือน
ว่าแอร์ของคุณควรถึงเวลาล้าง โดยกลิ่นเหล่านี้อาจมีที่มาจากการสะสมของเชื้อรา แบคทีเรีย คราบสกปรกต่างๆ ที่ก่อตัว
ในแผ่นกรองหรือคอยล์ อันเนื่องมาจากความชื้นที่มากเกินไป หรือท่อระบายน้ำทิ้งมีปัญหาก็เป็นได้ หากได้กลิ่นไม่พึงประสงค์
อย่าลืมที่จะล้างแอร์ทันที

2. มีปัญหาเรื่องความชื้น โดยความชื้นที่มากเกินไปในอากาศ อาจมีสาเหตุมาจากการที่ท่อระบายน้ำทิ้งเกิดการอุดตัน
ทำให้เกิดการสะสมความชื้น และส่งผลต่อเนื่องมาทำให้เชื้อราและแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี จนเกิดการสะสมที่ส่วนคอยล์
และทำให้ประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนของคอยล์ลดลงและใช้พลังงานมากขึ้น ความชื้นยังเป็นสาเหตุที่ทำให้อากาศที่
หมุนเวียนมีคุณภาพแย่ลง และห้องที่ชื้นเกินไป ยังทำให้เกิดความเสียหายต่อผนัง วอลเปเปอร์ เฟอนิเจอร์และพรมอีกด้วย
ดังนั้นหากห้องไหนมีความชื้นสูงเกินจนผิดสังเกต อย่าลืมตรวจสอบและทำการล้างแอร์

3. การไหลและการหมุนเวียนของ
อากาศลดลง หนึ่งในสัญญาณเตือนที่เห็นได้ชัดเจนว่าแอร์ของเราควรได้รับการล้าง ก็คือการหมุนเวียนของอากาศลดลง
ซึ่งสังเกตได้จากลมแอร์ที่อ่อนกว่าปกติ นั่นก็เป็นเพราะว่ามีฝุ่นสะสมอยู่ในแผ่นกรองอากาศอย่างหนาแน่น จนขัดขวางการไหล
ของอากาศ และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแอร์และการทำความเย็นลดลงนั่นเอง

4. ท่อนำสารทำความเย็นแข็งตัว
โดยท่อเหล่านั้นมักจะทำมาจาก เหล็ก พลาสติก หรือยาง ซึ่งหากแข็งตัวและเกิดการอุดตันจากน้ำแข็งเนื่องมาจากขาดการดูแล
รักษา ก็จะทำให้ Comressor ของแอร์ทำงานหนักและเกิดความร้อนสะสม อาจจะทำให้แอร์เกิดความเสียหายได้ หากพบความผิด
ปกติอย่างเช่นสัญญาณในข้อนี้ ก็ควรดูแลบำรุงรักษาอย่างเร่งด่วน

5. มีเสียงผิดปกติ หากระหว่างการทำงานเกิดเสียงผิดปกติ
ให้สันนิษฐานว่าชิ้นส่วนบางชิ้นอาจเกิดความเสียหายหรือแตกหัก รวมถึงอาจจะมีจากสาเหตุมาจากการที่แอร์ทำงานหนักขึ้นเนื่องจากเกิดความสกปรกสะสม ทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเท่าเดิม ทางแก้ไขคือนอกจากจะเรียกช่าง
มาตรวจสอบแล้ว ควรล้างแอร์ทันที เพื่อให้แอร์กลับมาทำงานได้แบบปกติอีกครั้ง

6. รอบการทำงานผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วแอร์จะมีการตั้งค่าการทำงานโดยตั้งให้มีระยะของรอบการทำงานที่เหมาะสมต่อ
ประสิทธิภาพในการทำความเย็น แต่ถ้าหากคุณสังเกตได้ถึงความผิดปกติของรอบการทำงานที่มีการเปิด-ปิดถี่ขึ้น
ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเกิดความผิดปกติขึ้น และต้องตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำงานที่ผิดปกติ
อาจมีสาเหตุมาจากการที่แอร์สกปรกได้เช่นเดียวกัน

7. ค่าไฟเพิ่มขึ้น เมื่อไหร่ก็ตามที่สังเกตได้ว่าค่าไฟพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไม่ได้มีความแตกต่าง
จากเดิม นี่อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนว่าแอร์ของคุณควรถึงเวลาล้างแอร์แล้ว! นั่นก็เพราะว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่แอร์มีความ
สกปรกสะสม ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนจะลดลง แอร์จึงต้องใช้พลังงานในการแลกเปลี่ยนความร้อนเพิ่มขึ้น
ค่าไฟจึงแพงขึ้นนั่นเอง ควรพิจารณาระดับการล้างแอร์แบบไหนจึงจะเหมาะสม การล้างแอร์ สามารถทำได้ตั้งแต่ระดับเบื้องต้น
ด้วยตนเองที่บ้าน ไปจนถึงระดับจัดเต็มแบบผู้เชี่ยวชาญ

ซึ่งเราสามารถพิจารณาได้เองเบื้องต้นดังนี้

1. การล้างแบบธรรมดาเบื้องต้น สำหรับรูปแบบนี้ จะเป็นการล้างแอร์ที่ทำความสะอาดภายนอกของแอร์ รวมถึงทำความสะอาด
แผ่นกรองอากาศ เป็นขั้นตอนของการทำความสะอาดที่เราสามารถทำได้เองที่บ้าน และสามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
เพราะการทำความสะอาดไม่ยุ่งยากซับซ้อน และไม่ต้องการอุปกรณ์เพิ่มเติม

2. การทำความสะอาดแบบจัดเต็ม จะเป็นการทำความสะอาดที่ลงรายละเอียดไปมากกว่าในข้อที่ 1 ซึ่งจะเป็นการยกเครื่องการ
ทำความสะอาด ที่รวมไปถึงอุปกรณ์ในตัวแอร์อื่นๆ เช่น คอยล์เย็น คอยล์ร้อน รวมถึงพัดลมโพรงกระรอก อาจจะมีการถอด
ชิ้นส่วนต่างๆ ออกมาทำความสะอาดด้านนอกเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการล้างแอร์ที่ดีขึ้น รวมถึงอาจจะต้องใช้อุปกรณ์เพิ่ม
เติม ซึ่งหากเราต้องการล้างแอร์แบบที่มากกว่าปกติ การเลือกใช้บริการจากบริษัทล้างแอร์ จะช่วยอำนวยความสะดวกตรงนี้ได้
มากทีเดียว ล้างแอร์กับเชียงใหม่แอร์แคร์: บริการล้างแอร์แบบจัดเต็ม ด้วยช่างแอร์ผู้ชำนาญการ สะอาด สดชื่น แน่นอน

3. การทำความสะอาดแบบใช้สารเคมีร่วมด้วย รูปแบบสุดท้าย จะมีรายละเอียดเหมือนกับรูปแบบที่ 2 แต่ในบางครั้งการล้างแอร์
ด้วยน้ำเฉยๆ อาจจะทำให้ประสิทธิภาพการล้างไม่ดีพอ การใช้สารเคมีเฉพาะสำหรับทำความสะอาดคอยล์ จะช่วยลดคราบสกปรก
สะสมที่ล้างออกยาก เหมาะสำหรับกรณีที่ไม่ได้ล้างแอร์เป็นระยะเวลานาน จะทำให้สะอาดมากขึ้นนั่นเอง อย่าลืม! หากมีสัญญาณ
เตือน 7 ข้อตามที่กล่าวไปข้างต้น ควรตรวจสอบสภาพการทำงานของแอร์โดยด่วน และอย่าลืมวางแผนตารางการล้างแอร์
เพื่อการทำความสะอาดแอร์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้แอร์มีการทำงานที่เต็มประสิทธิภาพและอากาศที่บริสุทธิ์ของทุกคนในครอบครัว


ขอบคุณที่มา : อย่ารอช้า! ถ้าเจอ 7 สัญญาณเตือนสังเกตง่าย ว่าถึงเวลาแล้ว ที่ต้องล้างแอร์