
20 เกร็ดความรู้สั้น ๆ เกี่ยวกับสมุนไพรบำรุงร่างกายให้แข็งแรง
1.ผลแก่ของมะระขี้นก มีโปรตีนชนิดหนึ่งมีชื่อทางเคมีว่า TBG-P 29 ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อ HIV โดยการยับยั้งเอนไซม์ที่จะไปทำลายเนื้อเยื่อของ
อวัยวะบางส่วนได้ รวมถึงเป็นยาช่วยในการเจริญอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ที่มีอาการเบื่ออาหาร
2.เมล็ดผักชี เป็นสมุนไพรที่ทำให้รู้สึกอยากอาหาร ช่วยให้รู้สึกชุ่มคอ ช่วยรักษาอาการไตพิการ ส่วนใบผักชี มีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 บี 2
ไนอาซิน วิตามินซี ซึ่งจะช่วยย่อยอาหาร แก้อาการเผ็ดร้อน ขับลม บำรุงธาตุ และรักษาอาการคลื่นไส้
3.น้ำมะนาว ช่วยแก้อาการปวดท้อง ท้องอืด วิงเวียนศีรษะ ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย เป็นยาบำรุงโลหิต ในประเทศอินเดีย จะมีการใช้น้ำมะนาว
แก้ร้อน แก้กระหายน้ำ
4.ใบมะนาว นำมาชงด้วยน้ำเดือดแล้วดื่ม เพื่อใช้ในการลดไข้ แก้ความดันโลหิต ส่วนผิวและเปลือกมะนาว สามารถใช้ทาผิว เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้
ผิวหนังได้
5.มะนาว ช่วยลดความอยากบุหรี่ และทำให้เลิกบุหรี่ได้ภายใน 2 สัปดาห์ เพราะมะนาวมีวิตามินซีสูง สามารถช่วยลดความอยากนิโคตินลงได้ และยัง
ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า
6.มะนาว มีผลต่อการทำงานของต่อมรับรสขม ส่งผลให้รสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้สูบลดความอยากบุหรี่ลงไปได้
7.วิธีการกินมะนาวเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ คือ หั่นมะนาวให้ติดเปลือกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เมื่อรู้สึกอยากบุหรี่ ก็ให้กินมะนาวแทน โดยใช้วิธีอมแล้วค่อย ๆ ดูดความ
เปรี้ยว จากนั้นให้เคี้ยวเปลือกช้า ๆ ติดต่อกันประมาณ 3-5 นาที จะทำให้รู้สึกขมและเฝื่อนลิ้น แล้วดื่มน้ำตาม วิธีนี้จะช่วยลดความอยากสูบบุหรี่ลงได้
8.สะระแหน่ มีสารประกอบจำพวกเมนทอลอยู่มาก ทำให้มีกลิ่นหอมเย็น มีรสชาติเผ็ดร้อนนิด ๆ กินเป็นยาขับลมได้ดี และยังช่วยลดอาการปวดฟัน
ปวดศีรษะ ปวดขมับได้ด้วย
9.ดอกอัญชัน นอกจากใช้เป็นสีผสมอาหารแล้ว ยังนำมาชงดื่มเป็นยาระบายแก้ท้องผูก ขับปัสสาวะ แก้อาการตัวบวมน้ำ และยังลดอาการปวดฟันได้
ด้วยการนำดอกอัญชันมาถูซี่ฟันที่ปวด
10.ดอกอัญชัน มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก น้ำต้มดอกอัญชันตากแห้ง ช่วยขับอนุมูลอิสระออกจากร่างกายได้ดี ช่วยป้องกันมะเร็ง และเบาหวาน
ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด และช่วยบำรุงสายตาด้วย
11.แอปเปิ้ล มีวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยในการลดน้ำหนัก กรดผลไม้ในแอปเปิ้ล ช่วยควบคุมและยังยั้งการหลั่งฮอร์โมนความ
อยากอาหาร จึงช่วยรักษาระดับโปรตีนไม่ให้ลดต่ำลง และป้องกันไม่ให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันเพิ่ม
12.แอปเปิ้ล 1 ลูก เทียบเท่าวิตามินซี 1,500 mg. แต่ห้ามปลอกเปลือกออก เพราะวิตามินซีมีมากที่สุดตรงส่วนเปลือก แต่หากกินวันละ 2 ผลจะ
ช่วยลดคอเลสเตอรอลลงได้ 10%
13.แอปเปิ้ล มีสารเพกตินและวิตามินซี ช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายคงที่ ช่วยขับสารตะกั่วและโลหะอื่น ๆ ในร่างกาย ช่วยป้องกันร่างกาย
จากมลภาวะที่เป็นพิษ
14.ใบพลู มีสารออกฤทธิ์ซาวิคอล และยูจีนอล ช่วยฆ่าเชื้อในช่องปากและลำคอ ทำให้ฟันแข็งแรง ในใบพลูมีฟลูออไรด์อยู่มาก สารซาวิคอลยัง
ออกฤทธิ์เป็นยาชาอ่อน ๆ ช่วยแก้อาการลมพิษ หรือแมลงสัตว์กัดต่อย
15.น้ำมันที่สกัดได้จากใบพลู มีสรรพคุณในการฆ่าพยาธิไส้เดือน ที่สร้างปัญหาต่อระบบลำไส้ ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบของลำไส้ การติดเชื้อใน
ช่องท้อง หรืออาการปวดท้อง
16.ใบน้อยหน่า กำจัดเหาได้ โดยนำใบมาตำแล้วชะโลมให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นให้หวีผมด้วยหวีเสนียด ตัวเหาและ
ไข่เหาที่ตายแล้วจะติดออกมา ให้ทำเป็นประจำจนกว่าเหาจะหมดไป
17.ทับทิม จัดเป็นสมุนไพรบำรุงหัวใจ รักษาโรคลักปิดลักเปิด เปลือกผลแห้งนำไปต้มดื่มเป็นน้ำชา ใช้รักษาอาการท้องร่วง ท้องเสีย ท้องเดิน บิด
และอหิวาตกโรคได้
18.เมล็ดแตงไทย เป็นยาขับปัสสาวะ นำไปใช้ด้วยการตากแห้ง 15-20 เมล็ด แล้วนำไปต้มดื่มเสมือนน้ำชา
19.เมล็ดงา เต็มไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน เหล็ก สังกะสี และกรดอะมิโน มีประโยชน์ต่อการทำงานของตับและไต เมื่อกินพร้อมกับ
ผลไม้หรือผักที่มีวิตามินซี จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
20.เมล็ดงา มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินอี และแคลเซียม โดยเฉพาะถ้านำ “งาดำ” ปริมาณ 100 กรัม มาคั่ว จะพบว่ามีปริมาณธาตุแคลเซียมสูง
ถึง 1,452 มิลลิกรัม
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : https://soenjoyday.com/
อวัยวะบางส่วนได้ รวมถึงเป็นยาช่วยในการเจริญอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ที่มีอาการเบื่ออาหาร
2.เมล็ดผักชี เป็นสมุนไพรที่ทำให้รู้สึกอยากอาหาร ช่วยให้รู้สึกชุ่มคอ ช่วยรักษาอาการไตพิการ ส่วนใบผักชี มีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 บี 2
ไนอาซิน วิตามินซี ซึ่งจะช่วยย่อยอาหาร แก้อาการเผ็ดร้อน ขับลม บำรุงธาตุ และรักษาอาการคลื่นไส้
3.น้ำมะนาว ช่วยแก้อาการปวดท้อง ท้องอืด วิงเวียนศีรษะ ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย เป็นยาบำรุงโลหิต ในประเทศอินเดีย จะมีการใช้น้ำมะนาว
แก้ร้อน แก้กระหายน้ำ
4.ใบมะนาว นำมาชงด้วยน้ำเดือดแล้วดื่ม เพื่อใช้ในการลดไข้ แก้ความดันโลหิต ส่วนผิวและเปลือกมะนาว สามารถใช้ทาผิว เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้
ผิวหนังได้
5.มะนาว ช่วยลดความอยากบุหรี่ และทำให้เลิกบุหรี่ได้ภายใน 2 สัปดาห์ เพราะมะนาวมีวิตามินซีสูง สามารถช่วยลดความอยากนิโคตินลงได้ และยัง
ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า
6.มะนาว มีผลต่อการทำงานของต่อมรับรสขม ส่งผลให้รสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้สูบลดความอยากบุหรี่ลงไปได้
7.วิธีการกินมะนาวเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ คือ หั่นมะนาวให้ติดเปลือกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เมื่อรู้สึกอยากบุหรี่ ก็ให้กินมะนาวแทน โดยใช้วิธีอมแล้วค่อย ๆ ดูดความ
เปรี้ยว จากนั้นให้เคี้ยวเปลือกช้า ๆ ติดต่อกันประมาณ 3-5 นาที จะทำให้รู้สึกขมและเฝื่อนลิ้น แล้วดื่มน้ำตาม วิธีนี้จะช่วยลดความอยากสูบบุหรี่ลงได้
8.สะระแหน่ มีสารประกอบจำพวกเมนทอลอยู่มาก ทำให้มีกลิ่นหอมเย็น มีรสชาติเผ็ดร้อนนิด ๆ กินเป็นยาขับลมได้ดี และยังช่วยลดอาการปวดฟัน
ปวดศีรษะ ปวดขมับได้ด้วย
9.ดอกอัญชัน นอกจากใช้เป็นสีผสมอาหารแล้ว ยังนำมาชงดื่มเป็นยาระบายแก้ท้องผูก ขับปัสสาวะ แก้อาการตัวบวมน้ำ และยังลดอาการปวดฟันได้
ด้วยการนำดอกอัญชันมาถูซี่ฟันที่ปวด
10.ดอกอัญชัน มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก น้ำต้มดอกอัญชันตากแห้ง ช่วยขับอนุมูลอิสระออกจากร่างกายได้ดี ช่วยป้องกันมะเร็ง และเบาหวาน
ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด และช่วยบำรุงสายตาด้วย
11.แอปเปิ้ล มีวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยในการลดน้ำหนัก กรดผลไม้ในแอปเปิ้ล ช่วยควบคุมและยังยั้งการหลั่งฮอร์โมนความ
อยากอาหาร จึงช่วยรักษาระดับโปรตีนไม่ให้ลดต่ำลง และป้องกันไม่ให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันเพิ่ม
12.แอปเปิ้ล 1 ลูก เทียบเท่าวิตามินซี 1,500 mg. แต่ห้ามปลอกเปลือกออก เพราะวิตามินซีมีมากที่สุดตรงส่วนเปลือก แต่หากกินวันละ 2 ผลจะ
ช่วยลดคอเลสเตอรอลลงได้ 10%
13.แอปเปิ้ล มีสารเพกตินและวิตามินซี ช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายคงที่ ช่วยขับสารตะกั่วและโลหะอื่น ๆ ในร่างกาย ช่วยป้องกันร่างกาย
จากมลภาวะที่เป็นพิษ
14.ใบพลู มีสารออกฤทธิ์ซาวิคอล และยูจีนอล ช่วยฆ่าเชื้อในช่องปากและลำคอ ทำให้ฟันแข็งแรง ในใบพลูมีฟลูออไรด์อยู่มาก สารซาวิคอลยัง
ออกฤทธิ์เป็นยาชาอ่อน ๆ ช่วยแก้อาการลมพิษ หรือแมลงสัตว์กัดต่อย
15.น้ำมันที่สกัดได้จากใบพลู มีสรรพคุณในการฆ่าพยาธิไส้เดือน ที่สร้างปัญหาต่อระบบลำไส้ ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบของลำไส้ การติดเชื้อใน
ช่องท้อง หรืออาการปวดท้อง
16.ใบน้อยหน่า กำจัดเหาได้ โดยนำใบมาตำแล้วชะโลมให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นให้หวีผมด้วยหวีเสนียด ตัวเหาและ
ไข่เหาที่ตายแล้วจะติดออกมา ให้ทำเป็นประจำจนกว่าเหาจะหมดไป
17.ทับทิม จัดเป็นสมุนไพรบำรุงหัวใจ รักษาโรคลักปิดลักเปิด เปลือกผลแห้งนำไปต้มดื่มเป็นน้ำชา ใช้รักษาอาการท้องร่วง ท้องเสีย ท้องเดิน บิด
และอหิวาตกโรคได้
18.เมล็ดแตงไทย เป็นยาขับปัสสาวะ นำไปใช้ด้วยการตากแห้ง 15-20 เมล็ด แล้วนำไปต้มดื่มเสมือนน้ำชา
19.เมล็ดงา เต็มไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน เหล็ก สังกะสี และกรดอะมิโน มีประโยชน์ต่อการทำงานของตับและไต เมื่อกินพร้อมกับ
ผลไม้หรือผักที่มีวิตามินซี จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
20.เมล็ดงา มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินอี และแคลเซียม โดยเฉพาะถ้านำ “งาดำ” ปริมาณ 100 กรัม มาคั่ว จะพบว่ามีปริมาณธาตุแคลเซียมสูง
ถึง 1,452 มิลลิกรัม
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : https://soenjoyday.com/
