เผย 5 เทคนิค เลือกแอร์แบบไหนดี เย็นฉ่ำชื่นใจ แต่ไม่เปลืองไฟ

4 ตุลาคม 2566
รูปภาพ

เผย 5 เทคนิค เลือกแอร์แบบไหนดี เย็นฉ่ำชื่นใจ แต่ไม่เปลืองไฟ

icon-salehere

ผู้เขียน : Sale Here Editor

icon-salehere

20 ส.ค. 64 (วันที่อัพเดตล่าสุด)

เลิกบันทึก

🌤 ด้วยอากาศอันสุดแสนจะร้อนของเมืองไทย ยิ่งในช่วงฤดูร้อนด้วยแล้ว อุณหภูมิยิ่งสูงทวีคูณมากขึ้นไปอีก ทำให้แอร์กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีแทบทุกบ้าน บางบ้านติดทุกห้องเลยก็มี 🏠 แต่การเปิดแอร์ก็มาพร้อมกับค่าไฟด้วยเช่นกัน ยิ่งเปิดมากเท่าไหร่ ค่าไฟก็ดูจะพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น วันนี้เราจึงมีเทคนิคง่ายๆ ว่าจะเลือกแอร์แบบไหนดี ให้เหมาะกับห้องและการใช้งาน คุ้มค่าคุ้มราคา แถมยังช่วยประหยัดไฟได้อีกด้วย ถ้าอยากรู้แล้ว ตามไปดูกันเลยค่า ⚡

เผย 5 เทคนิค เลือกแอร์แบบไหนดี เย็นฉ่ำชื่นใจ แต่ไม่เปลืองไฟ

เลือกแอร์แบบไหนดี
เลือกแอร์แบบไหนดี

🔍 5 เทคนิค เลือกแอร์แบบไหนดี

1. ประเภทของแอร์

ปัจจัยสำคัญอันดับแรกในการเลือกแอร์แบบไหนดี ก็คือประเภทของแอร์ โดยควรดูตามการใช้งานและขนาดของพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันแอร์ที่นิยมใช้กันมี ประเภท 4 ดังนี้

เลือกแอร์แบบไหนดี
เลือกแอร์แบบไหนดี

🔸 แอร์ติดผนัง เป็นแอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ดูแลรักษาง่าย ราคาย่อมเยา ขนาดกะทัดรัด มีดีไซน์และฟังก์ชั่นให้เลือกหลากหลาย เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องขนาดเล็กถึงขนาดกลาง

🔸 แอร์แขวนหรือแอร์ตั้งพื้น รูปร่างหน้าตาคล้ายกับแอร์ติดผนัง แต่มีขนาดใหญ่กว่า และเสียงดังกว่า สามารถใช้แขวนหรือตั้งบนพื้นก็ได้ ให้กำลังลมที่แรง และกระจายความเย็นได้ดี เหมาะสำหรับห้องขนาดกลาง หรือห้องที่มีคนเยอะ เช่น ในร้านค้า ออฟฟิศ ห้องเรียน

🔸 แอร์ฝั่งใต้ผ้า เหมาะสำหรับพื้นที่กว้าง ให้ความเย็นแบบกระจาย 4 ทิศทาง ตัวแอร์ฝังเข้ากับเพดาน ทำให้ดูเรียบสวย ไม่เกะกะ แต่มีราคาสูง และยังดูแลรักษาหรือซ่อมบำรุงยากกว่าแอร์ชนิดอื่น

🔸 แอร์ตู้ จะมีลักษณะคล้ายตู้ขนาดใหญ่ จึงกินพื้นที่มาก และเสียงค่อนข้างดัง แต่ก็เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่กว้าง หรือพื้นที่ที่มีคนเยอะ เพราะมีกำลังแรง สามารถกระจายความเย็นได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

2. ขนาด BTU

👉 อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจเลือกแอร์แบบไหนดี ให้ดูที่ BTU หรือ British Thermal Unit ด้วยค่ะ เพราะ BTU ตัวชี้วัดความสามารถในการดูดความร้อนและเพิ่มความเย็นให้กับห้อง ซึ่งเวลาเราไปเลือกซื้อแอร์ จะเห็นว่ามีตัวเลขกำกับไว้เสมอ แต่จะต้องเลือกขนาดกี่ BTU นั้น ให้พิจารณาจากขนาดของห้องเป็นหลัก โดยคำนวณจากขนาด กว้าง X ยาว X สูง หน่วยเป็นตารางเมตร และอย่าลืมคำนึงถึงตัวแปรหรือปัจจัยอื่นๆเพิ่มเติม เช่น บริเวณห้องโดนแดดไหม จำนวนคนในห้องมากน้อยแค่ไหน หรือในห้องมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อนออกมาด้วยหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งการเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU ที่เหมาะสมจะช่วยให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก และไม่เปลืองไฟด้วยนะคะ

เลือกแอร์แบบไหนดี
เลือกแอร์แบบไหนดี

3. ประหยัดไฟ

🤔 ถ้าถามว่าเลือกแอร์แบบไหนดี ก็ต้องตอบว่าแอร์ที่ประหยัดไฟดีที่สุด เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของเราได้ในระยะยาวเลยค่ะ โดยเฉพาะห้องที่มีขนาดใหญ่ ต้องใช้แอร์ที่มีกำลังแรงสูง ก็จะยิ่งกินไฟมากขึ้น จึงควรเลือกแอร์ที่มีระบบประหยัดไฟ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเปิดแอร์ได้อย่างเย็นฉ่ำชื่นใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟเลยค่ะ วิธีสังเกตก็ไม่ยาก ให้ดูที่ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 นั่นเอง หรือสังเกตที่ค่า EER (Energy Efficiency Ratio) บนฉลาก ยิ่งตัวเลขสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งประหยัดไฟมากเท่านั้น นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีแอร์ระบบ Inverter ที่ช่วยให้เราสามารถประหยัดไฟได้มากขึ้นกว่าเดิม แถมยังมีเสียงที่เบาเป็นพิเศษอีกด้วย โดยสามารถสังเกตค่า SEER (Seasonal Energy Efficiency Ratio) บนฉลาก ยิ่งมีตัวเลขสูงก็ยิ่งประหยัดไฟมากเช่นเดียวกัน

4. เสียง

💁‍♀️ แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากได้เสียงรบกวนมาเป็นของแถมจากการเปิดแอร์ โดยเฉพาะในช่วงเวลานอน หรือเวลากลางคืน ซึ่งแอร์ระบบปกติจะตัดการทำงานชั่วคราวเมื่อถึงอุณหภูมิที่กำหนด และเริ่มทำงานใหม่อีกครั้งเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น แต่แอร์ระบบ Inverter จะไม่หยุดการทำงานชั่วคราว แต่จะลดระดับการทำงานลงเท่านั้น ทำให้มีเสียงที่เบากว่า จึงเหมาะมากสำหรับการใช้ในห้องนอน นอกจากนี้การทำความสะอาดแอร์อยู่เสมอ จะช่วยลดปริมาณฝุ่นสะสม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์มีเสียงดังได้ด้วยเช่นกัน

เลือกแอร์แบบไหนดี
เลือกแอร์แบบไหนดี

5. บริการหลังการขาย

🙋‍♀️ บริการหลังการขายเป็นสิ่งที่เราจะไม่นึกถึงไม่ได้เลยในการตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อแอร์แบบไหนดี เพราะเมื่อซื้อมาแล้วจำเป็นต้องมีการดูแลรักษาและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แอร์บางรุ่นสามารถถอดมาทำความสะอาดได้เอง บางรุ่นมีระบบทำความสะอาดในตัว ช่วยสร้างความสะดวกสบายและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการรับประกัน ค่าซ่อมแซม ค่าอะไหล่ ควบคู่กันด้วย

🧡 จะเลือกแอร์แบบไหนดี ควรพิจารณาถึงขนาดของห้องเป็นหลัก เพราะการเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง จะทั้งให้ความเย็นเร็ว เย็นนาน ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และประหยัดไฟได้อีกด้วย บางคนอาจจะคิดว่าเลือกแอร์ขนาดใหญ่ไว้ก่อน เครื่องจะได้ทำงานไม่หนัก แต่ไม่จริงเลยค่ะ เพราะนอกจากจะตัวเครื่องจะมีราคาแพงกว่าแล้ว แอร์ขนาดใหญ่ยังใช้กำลังแรงสูง ต้องตัดและเริ่มการทำงานบ่อยครั้งมากขึ้น จึงทำให้สิ้นเปลืองทั้งเงินและพลังงานโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ปัจจุบันผู้ผลิตก็ยังเพิ่มฟังก์ชั่นเสริมใหม่ๆ เข้าไปด้วย เช่น การกรองฝุ่น เพิ่มความชื้น การสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่น เป็นต้น สามารถเลือกตามความเหมาะสมและความจำเป็นได้เลย แต่ที่สำคัญนอกจากเทคนิคในการเลือกแอร์แบบไหนดีที่เรานำมาฝากแล้ว ต้องอย่าลืมล้างแอร์เป็นประจำด้วยนะคะ แอร์จะได้สามารถทำงานได้เต็มที่ มีอายุการใช้งานนาน และไม่เปลืองไฟด้วย

เครดิต : https://salehere.co.th/articles/which-brand-of-air-conditioner-is-the-best