
วิธีเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ
อ่าน 10 นาที | 15/12/2021
กรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองหลักของประเทศไทย ปัจจุบันติดอันดับเมืองที่มีมลภาวะสูงเป็นอันดับโลก ผลจากควันของรถยนต์และมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เครื่องฟอกอากาศกลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นของแต่ละครอบครัว เพื่อฟอกอากาศภายในบ้านให้สะอาด กรองฝุ่นและมลพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นๆ
ในบทความนี้ เราขอแนะนำคุณประโยชน์ของการมีเครื่องฟอกอากาศ และ วิธีการเลือกเครื่องซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อใช้ในบ้าน ข้อมูลเปรียบเทียบการใช้งานเครื่องฟอกอากาศอีเลคโทรลักซ์รุ่นต่างๆ พร้อมเคล็ดลับการใช้งานเครื่องฟอกอากาศให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
เครื่องฟอกอากาศ คือ อุปกรณ์สำหรับใช้งานภายในบ้านเพื่อฟอกอากาศให้สะอาด ขจัดมลพิษ และเพิ่มคุณภาพของอากาศ กรองฝุ่นละออง เชื้อไวรัส เชื้อโรค และเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ก๊าซที่เป็นอันตราย และละอองมลพิษภายในบ้าน โดยจุดประสงค์หลักในการใช้งานเครื่องฟอกอากาศ คือ ควบคุมปริมาณการแพร่กระจายฝุ่นละอองที่เป็นอันตราย หรือสารก่อภูมิแพ้ และเพื่อป้องกันอาการแพ้ หรือโรคหอบหืดในกลุ่มเสี่ยง (เด็ก, ผู้สูงอายุ หรืออื่นๆ)
เครื่องฟอกอากาศทำงานอย่างไร? ภายในเครื่องฟอกอากาศประกอบด้วยตัวกรองที่แตกต่างกันหลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่กรองอากาศที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้อากาศที่สะอาด บริสุทธิ์
ขั้นแรก เครื่องฟอกอากาศจะดูดอากาศภายในห้องเพื่อดักจับฝุ่นละออง โดยอากาศจะผ่านทะลุเข้ายังตัวกรองหลายชนิดแตกต่างกัน เพื่อดักจับฝุ่นละออง จากนั้นจะส่งอากาศที่สะอาดผ่านกลับไปยังพื้นที่ห้องอีกครั้ง
เรามั่นใจว่าคุณต้องเคยรู้จักกับฝุ่นชนิดละเอียดในอากาศ หรือฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กละเอียดมาก มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กเพียง 2.5 ไมโคร เป็นฝุ่นละอองที่เกิดจากการเผาไหม้ของโรงงานอุตสาหกรรม
ด้วยอนุภาคที่เล็กและเบาจึงอยู่ในอากาศได้นานกว่าฝุ่นละอองที่มีน้ำหนักมาก เพิ่มโอกาสในการที่มนุษย์หายใจเข้าไปในร่างกาย ซึ่งฝุ่น PM 2.5 นั้นเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ทั้งในผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่และเด็ก
การใช้งานเครื่องฟอกอากาศภายในบ้านจะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองชนิดละเอียด และมลพิษ ปกป้องสมาชิกในครอบครัวให้ปลอดภัยจากโรคระบบทางเดินหายใจ
4 ข้อมูลสำคัญและในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ อาทิ ชนิดของตัวกรอง ขนาดพื้นที่ห้อง ระดับเสียงรบกวน และราคา
เทคโนโลยีในการกรองอากาศให้สะอาดอย่างมีประสิทธิภาพมีด้วยกันหลายเทคโนโลยี จึงต้องพิจารณาผลิตภัณฑ์รุ่นที่มีตัวกรองตรงกับความต้องการใช้งานของคุณ:
ตัวกรองพรีฟิลเตอร์ ช่วยกรองฝุ่นละอองอนุภาคขนาดใหญ่ เช่น ขนสัตว์ ก่อนอากาศจะเข้าสู่การกรองชั้นต่อไป หากคุณมีสัตว์เลี้ยงภายในบ้านจึงควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีตัวกรองพรีฟิลเตอร์ประสิทธิภาพสูง เพื่อการดักจับขนสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวกรอง HEPA (High Efficiency Particulate Air) สามารถขจัดฝุ่นละอองขนาด 0.3 ไมครอน หรือใหญ่กว่าได้ถึง 99.98% และยังกรองฝุ่นผง ละอองเกสร เชื้อรา และสะเก็ดละอองจากสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวกรอง HEPA จึงเหมาะกับผู้ที่มีอาการหอบหืด หรือภูมิแพ้ ซึ่งตัวกรองนั้นมีทั้งชนิด “HEPA-like” (คล้ายคลึงกับ) HEPA หรือ “HEPA-type” (ประเภท HEPA) ตัวกรองเหล่านี้อาจไม่ได้ผ่านการรับรองและไม่ได้คุณภาพการใช้งานที่เท่าเทียมกับตัวกรอง HEPA แท้ จึงควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อนการเลือกซื้อ
ตัวกรอง Activated carbon ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ และแก๊ซ ขจัดควัน สารเคมี กลิ่นอาหาร และละออง โดยดักจับสารละอองที่เป็นอัตราย (VOCs) โดยรวดเร็ว ซึ่งสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้หรือ จากผลิตภัณฑ์เคมีที่ใช้ในบ้านบางชนิด สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหอบหืด หรือแพ้สารเคมี
ตัวกรองป้องกันเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรค ช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและเชื้อโรค
ขนาดพื้นที่ห้องเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ คุณต้องมั่นใจได้ว่าเครื่องสามารถทำงานได้ครอบคลุมพื้นที่ภายในห้องอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อการฟอกอากาศที่มีคุณภาพ เราแนะนำให้คุณเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่สามารถฟอกอากาศได้กว้างกว่าพื้นที่ห้องของคุณประมาณ 20-40%
ห้องขนาดใหญ่ก็ย่อมต้องการค่า CADR ที่สูงขึ้น และค่า CADR คืออะไร และจำเป็นต่อการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศอย่างไร? ค่า CADR ย่อมาจาก Clean Air Delivery Rate อัตราการส่งผ่านอากาศบริสุทธ์ เป็นค่าที่บอกประสิทธิภาพการฟอกอากาศที่แท้จริงโดยการนำไปทดสอบในห้องปฏิบัติการกับสารหรือละอองในอากาศ 3 ชนิด คือ ควันบุหรี่ (Smoke), ฝุ่น (Dust) และ เกสรดอกไม้ (Pollen) มีหน่วยเป็นมาตรฐานเป็น CFM (Cubic Feet per Minute) ซึ่งสามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำความสะอาดอากาศกับพื้นที่ในห้องได้
ดังนั้นห้องที่มีขนาดใหญ่จึงต้องการเครื่องฟอกอากาศที่มีค่า CADR สูง โดยผู้ผลิตจะให้คำแนะนำค่า CADR และขนาดพื้นที่ห้องไว้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อ คุณจึงควรศึกษาข้อมูลโดยละเอียดก่อนการตัดสินใจ
ค่า CADR แนะนำ สำหรับแต่ละขนาดพื้นที่ห้อง :
ไม่เพียงแค่ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศที่เป็นประเด็นสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ แต่ระดับเสียงในการทำงานของเครื่องก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะเครื่องฟอกอากาศนั้นมีระยะเวลาในการทำงานที่ยาวนาน ดังนั้นเครื่องควรจะทำงานได้เงียบ
หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศสำหรับหรับห้องนอน หรือห้องเด็กเล็ก เครื่องฟอกอากาศที่ทำงานได้เงียบจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของคุณ หากใช้งานในห้องนั่งเล่นคุณสามารถเลือกเครื่องที่มีการตั้งค่าได้หลากหลายที่ปรับเปลี่ยนได้สะดวก
โดยทั่วไปแล้วเครื่องฟอกอากาศควรมีระดับเสียงขณะทำงานที่ 50 เดซิเบล ซึ่งจะไม่เป็นการรบกวนการพักผ่อน
เครื่องฟอกอากาศควรจะราคาเท่าไหร่? การมีเครื่องฟอกอากาศเพื่อใช้งานนั้นส่งผลดีอย่างยิ่งกับสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ หรือหอบหืด อย่างไรก็ตามเราต้องพิจารณาถึง ชนิดของตัวกรอง ขนาดห้อง ค่า CADR และโดยเฉพาะอย่างยิ่งราคา เครื่องฟอกอากาศอีเลคโทรลักซ์ มีรุ่นที่หลากหลายต่างราคาและขนาดพื้นที่ คุณสามารถเลือกเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ ตั้งแต่ราคา 5,990 ไปจนถึง 22,000 บาท โดยสามารถเลือกซื้อได้จากร้านของเราในทั้ง Shopee และ Lazada
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอีเลคโทรลักซ์ เพื่อบ้านที่สะอาดและดีต่อสุขภาพ
หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง อีเลคโทรลักซ์มีเครื่องฟอกอากาศให้เลือกหลากหลายรุ่น ที่ทำงานความสะอาดอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้
เครื่องฟอกอากาศ Pure A9 ออกแบบให้ดูสวยงาม ทันสมัย คล้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งมากกว่าเครื่องฟอกอากาศ
เหมาะสำหรับห้องขนาด 60 ถึง 88 ตร.ม. พร้อมการกรอง 5 ขั้นตอน
ข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องฟอกอากาศ Pure A9:
ในบทความนี้ เราขอแนะนำคุณประโยชน์ของการมีเครื่องฟอกอากาศ และ วิธีการเลือกเครื่องซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อใช้ในบ้าน ข้อมูลเปรียบเทียบการใช้งานเครื่องฟอกอากาศอีเลคโทรลักซ์รุ่นต่างๆ พร้อมเคล็ดลับการใช้งานเครื่องฟอกอากาศให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

เครื่องฟอกอากาศคืออะไร?
เครื่องฟอกอากาศ คือ อุปกรณ์สำหรับใช้งานภายในบ้านเพื่อฟอกอากาศให้สะอาด ขจัดมลพิษ และเพิ่มคุณภาพของอากาศ กรองฝุ่นละออง เชื้อไวรัส เชื้อโรค และเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ก๊าซที่เป็นอันตราย และละอองมลพิษภายในบ้าน โดยจุดประสงค์หลักในการใช้งานเครื่องฟอกอากาศ คือ ควบคุมปริมาณการแพร่กระจายฝุ่นละอองที่เป็นอันตราย หรือสารก่อภูมิแพ้ และเพื่อป้องกันอาการแพ้ หรือโรคหอบหืดในกลุ่มเสี่ยง (เด็ก, ผู้สูงอายุ หรืออื่นๆ)
เครื่องฟอกอากาศทำงานอย่างไร? ภายในเครื่องฟอกอากาศประกอบด้วยตัวกรองที่แตกต่างกันหลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่กรองอากาศที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้อากาศที่สะอาด บริสุทธิ์
ขั้นแรก เครื่องฟอกอากาศจะดูดอากาศภายในห้องเพื่อดักจับฝุ่นละออง โดยอากาศจะผ่านทะลุเข้ายังตัวกรองหลายชนิดแตกต่างกัน เพื่อดักจับฝุ่นละออง จากนั้นจะส่งอากาศที่สะอาดผ่านกลับไปยังพื้นที่ห้องอีกครั้ง
ฝุ่น PM 2.5 และประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศ
เรามั่นใจว่าคุณต้องเคยรู้จักกับฝุ่นชนิดละเอียดในอากาศ หรือฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กละเอียดมาก มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กเพียง 2.5 ไมโคร เป็นฝุ่นละอองที่เกิดจากการเผาไหม้ของโรงงานอุตสาหกรรม
ด้วยอนุภาคที่เล็กและเบาจึงอยู่ในอากาศได้นานกว่าฝุ่นละอองที่มีน้ำหนักมาก เพิ่มโอกาสในการที่มนุษย์หายใจเข้าไปในร่างกาย ซึ่งฝุ่น PM 2.5 นั้นเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ทั้งในผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่และเด็ก
การใช้งานเครื่องฟอกอากาศภายในบ้านจะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองชนิดละเอียด และมลพิษ ปกป้องสมาชิกในครอบครัวให้ปลอดภัยจากโรคระบบทางเดินหายใจ
สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

4 ข้อมูลสำคัญและในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ อาทิ ชนิดของตัวกรอง ขนาดพื้นที่ห้อง ระดับเสียงรบกวน และราคา
1. ชนิดของตัวกรอง
เทคโนโลยีในการกรองอากาศให้สะอาดอย่างมีประสิทธิภาพมีด้วยกันหลายเทคโนโลยี จึงต้องพิจารณาผลิตภัณฑ์รุ่นที่มีตัวกรองตรงกับความต้องการใช้งานของคุณ:
ตัวกรองพรีฟิลเตอร์ ช่วยกรองฝุ่นละอองอนุภาคขนาดใหญ่ เช่น ขนสัตว์ ก่อนอากาศจะเข้าสู่การกรองชั้นต่อไป หากคุณมีสัตว์เลี้ยงภายในบ้านจึงควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีตัวกรองพรีฟิลเตอร์ประสิทธิภาพสูง เพื่อการดักจับขนสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวกรอง HEPA (High Efficiency Particulate Air) สามารถขจัดฝุ่นละอองขนาด 0.3 ไมครอน หรือใหญ่กว่าได้ถึง 99.98% และยังกรองฝุ่นผง ละอองเกสร เชื้อรา และสะเก็ดละอองจากสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวกรอง HEPA จึงเหมาะกับผู้ที่มีอาการหอบหืด หรือภูมิแพ้ ซึ่งตัวกรองนั้นมีทั้งชนิด “HEPA-like” (คล้ายคลึงกับ) HEPA หรือ “HEPA-type” (ประเภท HEPA) ตัวกรองเหล่านี้อาจไม่ได้ผ่านการรับรองและไม่ได้คุณภาพการใช้งานที่เท่าเทียมกับตัวกรอง HEPA แท้ จึงควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อนการเลือกซื้อ
ตัวกรอง Activated carbon ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ และแก๊ซ ขจัดควัน สารเคมี กลิ่นอาหาร และละออง โดยดักจับสารละอองที่เป็นอัตราย (VOCs) โดยรวดเร็ว ซึ่งสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้หรือ จากผลิตภัณฑ์เคมีที่ใช้ในบ้านบางชนิด สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหอบหืด หรือแพ้สารเคมี
ตัวกรองป้องกันเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรค ช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและเชื้อโรค
2. ขนาดพื้นที่ห้อง
ขนาดพื้นที่ห้องเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ คุณต้องมั่นใจได้ว่าเครื่องสามารถทำงานได้ครอบคลุมพื้นที่ภายในห้องอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อการฟอกอากาศที่มีคุณภาพ เราแนะนำให้คุณเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่สามารถฟอกอากาศได้กว้างกว่าพื้นที่ห้องของคุณประมาณ 20-40%
ห้องขนาดใหญ่ก็ย่อมต้องการค่า CADR ที่สูงขึ้น และค่า CADR คืออะไร และจำเป็นต่อการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศอย่างไร? ค่า CADR ย่อมาจาก Clean Air Delivery Rate อัตราการส่งผ่านอากาศบริสุทธ์ เป็นค่าที่บอกประสิทธิภาพการฟอกอากาศที่แท้จริงโดยการนำไปทดสอบในห้องปฏิบัติการกับสารหรือละอองในอากาศ 3 ชนิด คือ ควันบุหรี่ (Smoke), ฝุ่น (Dust) และ เกสรดอกไม้ (Pollen) มีหน่วยเป็นมาตรฐานเป็น CFM (Cubic Feet per Minute) ซึ่งสามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำความสะอาดอากาศกับพื้นที่ในห้องได้
ดังนั้นห้องที่มีขนาดใหญ่จึงต้องการเครื่องฟอกอากาศที่มีค่า CADR สูง โดยผู้ผลิตจะให้คำแนะนำค่า CADR และขนาดพื้นที่ห้องไว้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อ คุณจึงควรศึกษาข้อมูลโดยละเอียดก่อนการตัดสินใจ
ค่า CADR แนะนำ สำหรับแต่ละขนาดพื้นที่ห้อง :
| พื้นที่ห้อง (ตารางเมตร) | ค่า CADR ขั้นต่ำที่แนะนำ |
| 26 | 200 |
| 40 | 300 |
| 53 | 400 |
| 66 | 472 |
| 88 | 688 |
3. ระดับเสียง

ไม่เพียงแค่ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศที่เป็นประเด็นสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ แต่ระดับเสียงในการทำงานของเครื่องก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะเครื่องฟอกอากาศนั้นมีระยะเวลาในการทำงานที่ยาวนาน ดังนั้นเครื่องควรจะทำงานได้เงียบ
หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศสำหรับหรับห้องนอน หรือห้องเด็กเล็ก เครื่องฟอกอากาศที่ทำงานได้เงียบจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของคุณ หากใช้งานในห้องนั่งเล่นคุณสามารถเลือกเครื่องที่มีการตั้งค่าได้หลากหลายที่ปรับเปลี่ยนได้สะดวก
โดยทั่วไปแล้วเครื่องฟอกอากาศควรมีระดับเสียงขณะทำงานที่ 50 เดซิเบล ซึ่งจะไม่เป็นการรบกวนการพักผ่อน
4. ราคาของเครื่องฟอกอากาศ
เครื่องฟอกอากาศควรจะราคาเท่าไหร่? การมีเครื่องฟอกอากาศเพื่อใช้งานนั้นส่งผลดีอย่างยิ่งกับสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ หรือหอบหืด อย่างไรก็ตามเราต้องพิจารณาถึง ชนิดของตัวกรอง ขนาดห้อง ค่า CADR และโดยเฉพาะอย่างยิ่งราคา เครื่องฟอกอากาศอีเลคโทรลักซ์ มีรุ่นที่หลากหลายต่างราคาและขนาดพื้นที่ คุณสามารถเลือกเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ ตั้งแต่ราคา 5,990 ไปจนถึง 22,000 บาท โดยสามารถเลือกซื้อได้จากร้านของเราในทั้ง Shopee และ Lazada
เลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศอีเลคโทรลักซ์ใน Shopee
เลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศอีเลคโทรลักซ์ใน Lazadaสรุปข้อมูลสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ
- คำนวนขนาดพื้นที่ห้องที่ต้องการใช้งานเครื่องฟอกอากาศ
- เลือกเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับความต้องการด้านสุขภาพและ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย
- เปรียบเทียบค่า CADR เพื่อการกรองที่มีประสิทธิภาพ
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวกรอง HEPA
- เลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีตัวกรองคาร์บอน เพื่อขจัดสารเคมี VOCs
- เปรียบเทียบระดับเสียงของเครื่อง ที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้องที่คุณต้องการใช้งาน และความเงียบแค่ไหนที่คุณต้องการ
- การซื้อเครื่องฟอกอากาศคือการลงทุนครั้งใหญ่ ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการรับประกันให้ครอบคลุม คุณสามารถดูข้อมูล การรับประกันสินค้า ของเครื่องฟอกอากาศอีเลคโทรลักซ์
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอีเลคโทรลักซ์ เพื่อบ้านที่สะอาดและดีต่อสุขภาพ
เครื่องฟอกอากาศอีเลคโทรลักซ์ที่ดีที่สุด
หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง อีเลคโทรลักซ์มีเครื่องฟอกอากาศให้เลือกหลากหลายรุ่น ที่ทำงานความสะอาดอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้
1. สำหรับห้องขนาดใหญ่
เครื่องฟอกอากาศ Pure A9 ออกแบบให้ดูสวยงาม ทันสมัย คล้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งมากกว่าเครื่องฟอกอากาศ
เหมาะสำหรับห้องขนาด 60 ถึง 88 ตร.ม. พร้อมการกรอง 5 ขั้นตอน
- Pre-filter: กรองฝุ่นผงขนาดใหญ่
- Antibacterial coating: กำจัดเชื้อแบคทีเรีย
- HEPA13: กรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก
- Active Carbon: ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์
- Ioniser: ลดการสะสมของเชื้อไวรัส
ข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องฟอกอากาศ Pure A9:
| พื้นที่ห้อง | 60 ถึง 88 ตร.ม |
| กำลังไฟ | 110 ถึง 220 โวลท์ |
| ความถี่ | 60 Hz |
| จำนวนขั้นตอนการกรอง | 5 |
| เชื่อมต่อการทำงานกับ Wi-Fi | ได้ |
| ระบบการกรอง | กรอง 5 ขั้นตอน : Pre-filter, Antibacterial layer, True HEPA 13 filter, Activated Carbon, และ Ionizer |
SALE
- PureProtect ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.99%
- PureSense ปรับคุณภาพอากาศและความเร็วพัดลมอัตโนมัติ
- ทำงานเงียบแม้เปิดเบอร์แรงสุด
- PureProtect ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.99%
- PureSense ปรับคุณภาพอากาศและความเร็วพัดลมอัตโนมัติ
- ทำงานเงียบแม้เปิดเบอร์แรงสุด
2. สำหรับห้องขนาดกลางและเล็ก
เครื่องฟอกอากาศรุ่น Flow A3 และ A4 เหมาะสำหรับห้องขนาดกลางหรือเล็ก ในพื้นที่ 26-53 ตร.ม.
เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้มีตัวกรองที่สามารถดักจับฝุ่นชนิดละเอียด (PM 1.0, 2.5) กลิ่น (Acetaldehyde) และสารระเหยในอากาศ (Formaldehyde) พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนตัวกรอง
รังสี UV-C สามารถลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียและไรฝุ่นได้ถึง 99.99% เพื่อให้อากาศภายในบ้านสะอาดและดีต่อสุขภาพ
ข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องฟอกอากาศ Flow A3 และ Flow A4:
| พื้นที่ห้อง | 22 ถึง 50 ตร.ม |
| กำลังไฟ | 220 โวลท์ |
| ความถี่ | 50/60 Hz |
| เชื่อมต่อการทำงานกับ Wi-Fi | ได้ |
| จำนวนขั้นตอนการกรอง | 4 |
| ระบบการกรอง | ตัวกรอง 4 ขั้นตอน (Pre, Anti-bacterial HEPA 13, Activated Carbon, Ionizer Filter) |
- กรอง 5 ขั้นตอน พร้อม UV-C ช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรีย
- ระบบการหมุนเวียนอากาศแบบเกลียวช่วยหมุนเวียนอากาศที่กรองแล้ว¹
- เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศและปรับความเร็วของพัดลม
- กรอง 5 ขั้นตอน พร้อม UV-C ช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรีย
- ระบบการหมุนเวียนอากาศแบบเกลียวช่วยหมุนเวียนอากาศที่กรองแล้ว¹
- เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศและปรับความเร็วของพัดลม
3. สำหรับพื้นที่จำกัด
หากพื้นที่ห้องในบ้านของคุณค่อนข้างจำกัด เครื่องฟอกอากาศอีเลคโทรลักซ์ Well A5 และ A7 เครื่องฟอกอากาศน้ำหนักเบา พร้อมมือจับที่ให้คุณเคลื่อนย้ายด้วยมือเดียวได้อย่างสะดวก พร้อมขาตั้งสำหรับวางพื้น หรือติดเข้าก็ผนังเพื่อประหยัดพื้นที่
ดูรายละเอียดการเปรียบเทียบระหว่าง 2 รุ่น :
| Well A5 | Well A7 | |
| พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) | 39 | 45 |
| ขนาดเครื่อง (มม.) | 580 x 320 x 320 | 213 x 480 x 579 |
| กำลังไฟ (V) | 220 | 100 |
| ความถี่ (Hz) | 50/60 | 50/60 |
| จำนวนขั้นตอนการกรอง | 4 | 5 |
SALE
- ตัวกรอง ionizer 5 ขั้นตอนช่วยขจัดแบคทีเรียและไวรัส
- ระบบหมุนเวียนอากาศ 360 องศา ช่วยให้อากาศสะอาดได้อย่างรวดเร็ว*
- น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก ปรับเปลี่ยนได้ง่าย
- กรอง 4 ขั้นตอนขจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กและเชื้อแบคทีเรีย
- ระบบหมุนเวียนอากาศ 360 องศา ช่วยให้อากาศสะอาดได้อย่างรวดเร็ว*
- เคลื่อนย้ายสะดวก ปรับเปลี่ยนได้ง่าย
การใช้เครื่องฟอกอากาศให้เต็มประสิทธิภาพ
เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่นั้นใช้งานง่าย เพียงแค่เปิดเครื่องและปล่อยให้เครื่องทำงานตลอดทั้งวัน แต่วันนี้เราจะมีเคล็ดลับที่จะช่วยให้เครื่องฟอกอากาศของคุณ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
1. ทำความสะอาดตัวกรองอย่างสม่ำเสมอ
ตัวกรองมีหน้าที่กรองฝุ่นละออง เศษละอองต่างๆ ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เครื่องฟอกอากาศลดประสิทธิภาพในการกรองอากาศ คุณควรทำความสะอาดหรือเปลี่ยนตัวกรองตามระยะเวลาที่กำหนด โดยศึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มืออย่างเคร่งครัด
สำหรับเครื่องฟอกอากาศที่มีตัวกรอง HEPA คุณควรเปลี่ยนตัวกรองทุกๆ หนึ่งปี โดยตัวกรองส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน
และรักษาความสะอาดตัวเครื่องด้วยการใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดเพื่อกำจัดฝุ่น หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเปียกเช็ด
2. ตั้งวางเครื่องในตำแหน่งที่เหมาะสม

ตำแหน่งในการตั้งวางเครื่องฟอกอากาศมีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่อง อีเลคโทรลักซ์มีข้อมูลในการวางเครื่องฟอกอากาศมาแนะนำ
- ควรวางเครื่องฟอกอากาศบนพื้นเรียบ เช่น พื้น โต๊ะ หรือตู้ และตั้งให้อยู่บริเวณกลางห้องมากที่สุด
- เครื่องฟอกอากาศส่วนมากมีการดูดอากาศเข้าจากด้านหน้าและด้านข้าง เพื่อปล่อยอากาศสะอาดทางด้านบนเครื่อง จึงต้องสังเกตว่าตำแหน่งที่วางเครื่องมีสิ่งกีดขวางอากาศเข้าเครื่องหรือไม่ และคุณควรหันเครื่องฟอกไปยังบริเวณที่คุณนั่งอยู่เพื่อให้ได้รับอากาศสะอาด การวางเครื่องต่ำหรือสูงจนเกินไปก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน เราขอแนะนำให้คุณวางเครื่องห่างจากสิ่งรอบๆ หรือผนังห้องอย่างน้อย 15 ซม.
- สังเกตว่าไม่มีสิ่งกีดขวางอากาศที่หมุนเวียนจากเครื่อง ไม่ควรวางเครื่องฟอกอากาศใกล้กับผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ไม่วางหนังสือ แจกัน หรือสิ่งอื่นๆ ด้านบนเครื่อง ซึ่งจะทำให้ปิดกั้นแรงลมจากเครื่องได้
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป อุณหภูมิที่ผันผวนจะอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ
3. เปิดเครื่องฟอกอากาศให้ทำงานตลอดเวลา
การฟอกอากาศไม่ใช่เพียงขั้นตอนสั้นๆ ที่ทำแล้วจบสิ้น เพราะอากาศภายในห้องมีการหมุนเวียนและถ่ายเทตลอดเวลา จึงไม่ควรเปิดเครื่องฟอกอากาศเป็นระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงเพื่อทำให้อากาศสะอาด แต่ควรเปิดเครื่องฟอกอากาศไว้ตลอดทั้งวันตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้เป็นภูมิแพ้ มีปัญหากับทางเดินอากาศ และหอบหืด
แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ เพราะเครื่องฟอกอากาศส่วนมากจะไม่ใช้พลังงานสูง อาจเปรียบเทียบการใช้พลังงานได้กับคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง หรือคุณสามารถปรับให้การทำงานในระดับต่ำสุดเป็นบางเวลา หรือเลือกเปิดเฉพาะเวลากลางคืนเฉพาะขณะนอนหลับก็ได้
4. ปิดประตูและหน้าต่างเมื่อเปิดเครื่องฟอกอากาศ
เครื่องฟอกอากาศจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่ปิด เช่นเดียวกับเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากจะช่วยขจัดฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้ได้รวดเร็วกว่า หากคุณเปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้อาจทำให้อากาศที่สะอาดกระจายออกไปนอกห้องได้ และปิดเครื่องฟอกอากาศเมื่อคุณเปิดประตูหรือหน้าต่างเพื่อประหยัดพลังงาน
ตรวจสอบว่าช่องประตูหรือหน้าต่างมีทางรั่วไหลของอากาศหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศจากด้านนอกไหลเวียนเข้าในห้อง เพื่อคงประสิทธิภาพการทำงานของตัวกรองอากาศ
5. เพิ่มประสิทธิภาพภายในห้อง
เครื่องฟอกอากาศของคุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขึ้นได้ หากคุณทำสิ่งเหล่านี้ เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศไม่สามารถขจัดฝุ่นผงขนาดใหญ่มากได้ การดูดฝุ่นสัปดาห์ละ 1 หรือ 2 ครั้งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องฟอกอากาศได้ ค้นหาเครื่องดูดฝุ่นอีเลคโทรลักซ์ที่เหมาะกับคุณ
เครื่องฟอกอากาศจะทำงานได้ดีขึ้นในห้องที่ไม่มีพรม เพราะฝุ่น เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้อาจซ่อนตัวอยู่ในพรม แต่ถ้าหากในบ้านของคุณมีพรมหรือโซฟา กรุณาตรวจสอบว่าคุณตั้งวางเครื่องฟอกอากาศในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการฟอกอากาศหรือไม่
เครดิต : https://www.electrolux.co.th/blog/air-purifier-buying-guide/






